แนะนำวัดประยุรวงศาวาส
2563-08-26-SpkSDAvenue2563-08-26-พระพรหมบัณฑิต บรรยายพิเศษเรื่อง 'พระมหากษัตริย์กับการพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี' วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
พระอุโบสถ/พระวิหาร

                                                 พระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร


                                        

            เป็นสถาปัตยกรรมแบบทรงไทย กว้าง ๑๘.๒๔ เมตร ยาว ๒๕.๒๐ เมตร หลังคาลด ๒ ชั้น หน้าบันเป็นลายดอกพุดตาน ด้านหน้าและด้านหลังมีประตูเข้าออกด้านละ ๒ ประตู หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ

                                         
                                                     หน้าบันพระอุโสสถ/ลายดอกพุดตาน


                                       พระพุทธธรรมวิเชษฐศาสดา พระประธานในพระอุโบสถ

                                              
                                       พระพุทธธรรมวิเชษฐศาสดา พระประธานในพระอุโบสถ

             พระประธานในพระอุโบสถหล่อในปี ๒๓๗๑ อันเป็นปีที่เริ่มสร้างพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๙๙ เมตร สูง ๑.๖๒๕ เมตร ประกอบด้วยพระพุทธลักษณะอันงดงาม พระพุทธรูปองค์นี้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ ให้ช่างชาวไทยเป็นผู้หล่อ ได้ว่าจ้างช่างลงรักปิดทองมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวกันว่ามีฝีมือและกรรมวิธีการปิดทองดีเยี่ยม มาปิดทองพระพุทธรูป และถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปองค์แรกที่นำช่างฝีมือปิดทองเป็นชาวต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น
             ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานนามพระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นเกียรติประวัติแก่วัดว่า "พระพุทธธรรมวิเชษฐศาสดา" แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระศาสดาประเสริฐสุดโดยธรรม

                                                                 การบูรณะปฎิสังขรณ์

             พระอุโบสถนี้ได้รับการซ่อมแซมเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวคือ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานผ้าพระกฐิน ณ วัดประยุรวงศาวาส ได้มีกระแสพระราชดำรัสรับสั่งว่า เสาภายในพระอุโบสถห่างกันมากจนน่ากลัวเป็นอันตราย สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุญนาค) เมื่อครั้งเป็นเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ สมุหพระกลาโหมจึงได้ก่อเสารายในพระอุโบสถเพิ่มเติมอีกด้านละ ๒ ต้น จากเดิมที่เคยมีเสารายด้านละ ๔ ต้น รวมเป็นเสารายทั้งสิ้นด้านละ ๖ ต้น มีระยะห่างกันต้นละ ๓ ศอกเศษ

                                           
                                     สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุญนาค)

              ต่อมา พ.ศ. ๒๔๒๒ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้ให้ซ่อมแซมพระอุโบสถอีกครั้ง โดยรื้อช่อฟ้าใบระกาของเก่าออกและปลี่ยนทำใหม่ จัดการดึงพระประธานที่ทรุดเอียงไปทางทิศตะวันตกให้ตรงดังเดิม

                           
                                                      บริเวณสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ

             วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ เวลา ๑๑.๓๐ น. สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ วัดประยุรวงศาวาสประสบภัยจากลูกระเบิดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งลงจากเครื่องบินรบหวังทำลายสะพานพระพุทธยอดฟ้า แรงระเบิดทำให้เสนาสนะและถาวรวัตถุหลายแห่งต้องหักพังและชำรุดเสียหายเป็นอันมาก พระอุโบสถก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน คณะกรรมการวัดประยุรวงศาวาสจึงได้ดำเนินการบูรณปฎิสังขรณ์พระอุโบสถ

                                                                                   
            พระเทพประสิทธิคุณ (มงคล วิโรจนมหาเถร) ต่อมาเป็นพระพุทธวรญาณ มีอายุถึง ๙๔ ปี

               ภายหลังสงครามโลกสิ้นสุดลง ใน พ.ศ. ๒๕๓๓ พระเทพประสิทธิคุณ (มงคล วิโรจนมหาเถร) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสได้จัดให้มีการบูรณปฎิสังขรณ์พระอุโบสถทั้งส่วนหลังคาฝาผนังและพื้นล่างทั้งหมด ยกเว้นภาพจิตรกรรมฝาผนังอันนับเป็นการซ่อมแซมครั้งใหญ่ที่สุดของพระอุโบสถหลังนี้ซึ่งมีอายุ ๑๖๒ ปี

                                       

             และในโอกาสนี้เอง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐินที่วัดประยุรวงศาวาส.
 

                                                              Uposatha (Ordination Hall)

              Situated to the south of the iron fence, Uposatha or Ordination Hall is a beautiful building in Thai architectural style consisting of brick and stucco, measuring 18.24 by 25.20 metres. Its important architectural features are its pediments with intricate wood-carvings depicting phuttan flowers. There are an entrance and an exit at the front and back of the Uposatha. Its roof consists of glazed tiles, whilst within the Uposatha, there are mural paintings behind the principal Buddha-image portraying scenes from the life of the Buddha. On the surrounding walls, there were mural paintings depicting the various Jatakas or the Buddha’s birth stories. Unfortunately, these mural paintings of the Jataka stories were destroyed during World War II when the Memorial Bridge was air-raided and   the roof of the Uposatha was partially damaged by a huge bomb, thereby causing rain-water to seep in and irreparably destroy them.

             The Uposatha was restored, for the first time, during the reign of the King Rama IV, when he attended Wat Prayurawongsawas so as to offer royal kathina robes. His majesty noticed that the columns in the uposatha were too far apart and might pose a danger. Somdet Chao Phraya Borom Maha Sri Suriyawong (Chuang Bunnag) arranged for extra columns to be built, adding two more per row. As a result, the original four columns in each row were increased to six, some 1.75 metres apart.

                                                          The principal Buddha statue

            The principal Buddha-image inside the Uposatha portrays the posture of “Conquering the Evils”. It is 1.99 metre wide and 1.62 metre high. The Buddha statue was built by Somdet Chao Phraya Borom Maha Prayarawong in 1828.
There is a very interesting story about this statue, whose casting was performed by Thai craftsmen, whereas its gilding was done by artisans from Japan. This was the first time that foreigners had ever participated in creating a Thai Buddha statue.

             In 1992, King Rama IX graciously named the statue as Phra Phuttathamma Wichettha Satsada, which literally means the “Lord Buddha who is the best in Dhamma”.
 
ข้อมูลอื่นๆ
>>>ขอเชิญเที่ยวงานฉลองวัด "ประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดรั้วเหล็ก" ๑๘๗ ปี 
>>>รวมภาพบรรยากาศ ในงานฉลองรางวัลยูเนสโก ๑๓-๑๖ พ.ค.๒๕๕๗ 
>>>เจดีย์วัดประยุรวงศาวาสฯ มรดกทางวัฒนธรรม
>>>เจดีย์ที่มีแกนกลางแบบอยุธยา มีอุโมงค์ที่ให้คนเข้าไปดูได้ ได้รับรางวัลที่ ๑ จากยูเนสโก
>>>"เจดีย์พระประธาน" วัดประยูรฯ ชนะเลิศประกวดอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม 
>>>'เจดีย์พระประธาน' วัดประยูรฯ ชนะเลิศประกวดอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมฯ จากยูเนสโก 
>>>Award of Excellence
>>>วัดประยุรวงศาวาสฯ คว้ารางวัล "ยูเนสโก" 
>>>"วัดประยุรวงศาวาส" ในสายตา UNESCO 
>>>พระบรมธาตุมหาเจดีย์ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อันดับ ๑
>>>เขามอ หรือ เขาเต่า
 
 
 
 
หนังสือธรรม บทความพระธรรมเทศนาวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
วีดีโอธรรมะ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
แฟ้มรูปภาพ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
ดาวน์โหลดเอกสาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
องค์การบริหารงานของวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
สำนักงานเจ้าคณะภาค2 วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
สำนักงานเจ้าแขวงกัลยาณมิตร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
ชมรมศิษย์เก่า วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
อุทยานเขาเต่า วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
WatPrayoon Dhamma Radio
สถานีวิทยุธรรมะวัดประยูรฯ
วีดีโอวัดประยูรฯ
วีดีโอเพิ่มเติม
ขณะนี้ 37 คน
วันนี้ 686 คน
เมื่อวานนี้ 731 คน
เดือนนี้ 19,311 คน
เดือนที่ผ่านมา 22,893 คน
ทั้งหมด 1,643,419 คน
เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2556
 
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
ถนนประชาธิปก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐
โทร. ๐-๒๔๖๖-๑๖๙๓, ๐-๒๔๖๕-๕๕๙๒ โทรสาร ๐-๒๔๖๖-๙๔๙๘
สำนักงานฌาปนสถาน ๐-๒๔๖๖-๑๑๖๐, ๐-๒๔๖๕-๒๒๙๘ | www.watprayoon.com
Copyright © Watprayoon.com 2020 All Rights Reserved. พัฒนาเว็บไซต์โดย SchoolJob